บทที่ 5 พายุสงบแล้ว
ตอนที่ 5 พายุสงบแล้ว
ช่วงเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ภายในห้องเก็บเอกสารผ่านไปท่ามกลางเกมเอาชนะ ที่ไม่มีใครยอมเป็นฝ่ายแพ้ นอกจากเสียงบทสนทนาข่มขวัญคู่ต่อสู้ เสียงกล้ามเนื้อแน่นยามเมื่อมันกระแทกเข้าหากัน ดังสะท้อนแข่งกับเสียงพายุและลมฝนด้านนอก กว่าทุกอย่างจะกลับเข้าสู่ความสงบ ดาวประดับก็แทบไม่ได้ยินเสียงฟ้า เสียงฝนด้านนอกแล้ว
“ฝนข้างนอกหยุดแล้วนี่”
“อืม”
“เหนื่อยชะมัดเลย” เจ้าของเสียงหอบวางมือลงไปบนแผงอกระอุ ก้มลงมองร่องรอยความคึกคะนองของตัวเองอย่างหัวเสีย เพราะสองขาของเธอเวลานี้อ่อนเปลี้ยจนเสียแทบคุมอาการสั่นไม่ไหว ยิ่งไปกว่านั้นความเร่าร้อนของอารมณ์เมื่อครู่ ทำให้ทั้งเธอและเจ้านายไม่ได้คิดถึงความปลอดภัยให้ดี เวลานี้ง่ามขาจึงเปียกเปรอะเลอะไปด้วยคราบน้ำรักข้นสีขาว
เมื่อทุกอย่างสงบลง ฟาร์คัสหยิบเสื้อเชิ้ตขึ้นมาพาดบ่า ถอนร่างกายตัวเองออกมาจากความชื้นเปียก เช็ดทำความสะอาดอย่างคร่าวๆ แล้วเดินไปหยุดตรงหน้าต่าง เวลานี้ท้องฟ้าด้านนอกมืดสนิท พายุที่โหมกระหน่ำก่อนหน้าเหมือนมันจะผ่านไปแล้ว เหลือเพียงละอองฝนปรอย ๆ เขาหันกลับมาอีกครั้ง เห็นดาวประดับยังนั่งอยู่ที่เดิม ใบหน้าสวยยับย่นจนอดมองไม่ได้
“เป็นอะไร”
“เปล่าค่ะ”
ปากตอบว่าเปล่า แต่ในใจไม่ได้เปล่าเลยสักนิด นี่เป็นครั้งแรกของเธอ ครั้งแรกในชีวิตแท้ ๆ ดันสุ่มเจอแจ็กพ็อตของนอกตั้งแต่เปิดกล่อง
“อู้ยยยยย” เสียงครวญดังก้องอยู่เพียงภายในใจ
ตอนท้ากันเมื่อครู่ เธอมัวแต่ฮึดสู้หวังเอาชนะ เพราะจะให้ยอมแพ้ก็เสียชื่อดาวประดับแย่ แต่พอศึกสงบถึงได้รู้ว่าความปากเก่งนั้น ทิ้งผลกระทบเอาไว้กับร่างกายมากกว่าที่คิด
“ของนอกนี่มัน ไม่ปราณีรูจีของฉันจริงๆ”
แต่จะให้คนอย่างดาวประดับมานั่งเขินอายหรือทำหน้าเหมือนถูกใครรังแกนั้นไม่มีทาง เธอรู้ดีว่าเมื่อครู่นั้น ตั้งแต่เริ่มถอดเสื้อผ้ามาจนถึงจุดสุดยอด ตัวเองทำอะไรลงไปและเธอเต็มใจกับมันทุกขณะ ฟาร์คัสเองก็ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากสิ่งที่ทั้งคู่ต่างเต็มใจเลือก เพราะฉะนั้นเรื่องเมื่อครู่ไม่มีอะไรต้องมานั่งเสียใจ
สำหรับดาวประดับแล้ว ปัญหามีอยู่เรื่องเดียวคือ เธอจะลุกยังไงให้สง่างาม โดยไม่เดินขาถ่าง ให้แนบเนียนที่สุด
ดาวประดับวางมือข้างหนึ่งลงข้างตัว แล้วรวบรวมกำลังลุกขึ้น ทว่าเพิ่งยืนได้ไม่ทันเต็มความสูง ขาสองข้างก็สั่นจนต้องรีบนั่งกลับลงไปตามเดิม เคราะห์ห่ามยามหื่นคือ ฟาร์คัสดันหันมาเห็นเข้าพอดี
“ทำไมยังไม่ยอมลุกอีก หรือว่าอยากต่อรอบสอง” ดาวประดับหันขวับทันที ร่างกายอาจยังไม่พร้อมรบ แต่ปากพร้อมเสมอ
“มารอบสง รอบสองอะไร โควต้าคุณหมดแล้วค่ะ คนที่ยังมายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ ไม่ยอมไปไหน คือคุณต่างหาก ติดใจฉันแล้วละสิ”
“ฉันบอกแล้วว่าเธอไม่ใช่สเปค เมื่อกี้ก็แค่อารมณ์พาไป เธอพอใจ ฉันพอใจ ก็เท่านั้น”
“ก็ไม่เลวค่ะ” ดาวประดับยักไหล่รับอย่างไม่เห็นว่ามีอะไรต้องถกเถียง เพราะเธอเองก็มองสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ต่างกัน
“ไม่เลวเหรอ?”
“ค่ะ อันที่จริงลีลาคุณก็ไม่เลว แต่ถ้าจะให้ต่ออีกรอบคงไม่”
ความจริงไม่ใช่เพราะไม่ดี แต่ไม่ไหวแล้วต่างหากแค่คิดว่าต้องมีรอบสอง ขาสองข้างก็เหมือนจะยื่นใบลาออกพร้อมกันตรงนี้ แต่เรื่องอะไรเธอจะยอมให้คนตรงหน้ารู้ โดยเฉพาะเมื่อสีหน้าของฟาร์คัสเริ่มมีแววเหมือนจับพิรุธได้
“เมื่อกี้ยังปากเก่งท้าฉันอยู่เลย”
“แล้วฉันแพ้หรือเปล่าล่ะคะ คุณต่างหากที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ ตั้งแต่ฉันยังไม่ทันทำเลย เพราะฉะนั้นอย่ามาทำเหมือนฉันเป็นฝ่ายสู้ไม่ไหวสิคะ” ดาวประดับย้อนกลับทันที ก่อนยกคางขึ้นอย่างคนยังถือว่าตัวเองเป็นฝ่ายชนะ
“เธอนี่มันปากดีจริง ๆ”
“ปากดีเป็นอาชีพเสริมค่ะ อาชีพหลักเป็นล่าม”
ดาวประดับก้มลงเก็บเสื้อผ้าของตัวเอง ไม่คิดเปิดโอกาสให้เขาหาเรื่องต่อ เธอค่อย ๆ ฝืนลุกขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เตรียมตัวไว้แล้วจึงยืนได้สำเร็จ แม้ขาจะยังสั่นอยู่บ้างก็ตามที
“เอาน่าอย่างน้อยก็ยืนได้แล้ว เหลือแค่เดิน” ดาวประดับจัดเสื้อผ้าของตัวเองจนเรียบร้อย เก็บของลงกระเป๋าแล้วสะพายขึ้นไหล่ ไม่มีท่าทีอ้อยอิ่งหรือรอให้ฟาร์คัสพูดอะไรต่อ เมื่อพร้อมแล้วก็หันไปทางประตูทันที
“จะกลับแล้วหรือไง” เสียงของเขาทำให้เธอชะงัก
“เอ้าก็ต้องกลับสิคะ ค่ำป่านนี้แล้วถ้าไม่กลับ คุณจะให้ฉันสมัครเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยหรือไง”
“ฉันถามดีๆ”
“ฉันก็ตอบดีๆ”
“พักอยู่แถวไหน เดี๋ยวฉันไปส่งให้”
“ไม่จำเป็นค่ะ ฉันกลับเองได้” เด็ดขาดแบบฉบับคนที่ไม่ได้มีดีแค่ปาก แต่หัวยังรั้นอีกด้วย
“ฉันมีรถ”
“ฉันมีขาค่ะ”
“ขาสั่นๆ ที่เดินถ่างอยู่นั่นนะหรือ”
“นี่ คุณจะพูดทำไมเนี่ย หัดเป็นสุภาพบุรุษหน่อยสิ”
“ก็กำลังเป็นอยู่นี่ไง ถึงบอกว่าจะไปส่ง”
“ขอบคุณที่เสนอ แต่ฉันดูแลตัวเองได้” ดาวประดับกระชับสายกระเป๋าบนไหล่ก่อนเปิดประตู ก้าวออกจากห้องอย่างมั่นใจ แม้ขาจะสั่นจนถึงกับเดินเซก็ตามที
กว่าจะกลับถึงหอพัก ฝนก็หยุดสนิทแล้ว หอที่เธอเช่าไว้สำหรับช่วงฝึกงานสามเดือนเป็นหอพักราคาปานกลาง ห้องไม่ได้กว้างมากแต่มีของจำเป็นครบทั้งเตียง ตู้เสื้อผ้า โต๊ะทำงาน เครื่องปรับอากาศ และห้องน้ำในตัว เพียงพอสำหรับคนที่ตั้งใจมาอยู่ชั่วคราวแล้วกลับไปเรียนต่อ
ทันทีเมื่อประตูปิด ดาวประดับรีบตรงเข้าห้องน้ำอาบน้ำชำระคราบความเหนียวเหนอะหนะ ออกจากร่างกายทั้งซอกเล็ก ซอกลึกจนมั่นใจว่าสะอาด ก่อนสีหน้าจะค่อย ๆ ย่นยับเปลี่ยนเป็นควมกังวลทีละน้อย
“หาเรื่องแท้ ๆ เลย ดาวประดับ คนมีให้ท้าตั้งเยอะแยะ ดันไปท้าเจ้านายฝรั่ง แล้วตานั่นก็บ้าจี้จริงเสียด้วย” หญิงสาวบ่นกับตัวเอง
ตอนอยู่ต่อหน้าฟาร์คัส เธอยังเชิดหน้าพูดได้เต็มปากว่า ไม่เลว แต่พอกลับมาเห็นสภาพตัวเองตอนนี้แล้ว เกิดนึกอยากหยิกปากตัวเองนักเชียว
“ปากดีจริงๆ เลยฉัน” ส่ายหน้าให้ตัวเอง ก่อนหยิบผ้าขนหนูมาพันตัวแล้วเดินออกจากห้องน้ำ ทว่าพอเดินมาถึงเตียงนอน ดาวประดับกลับหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนสมองเพิ่งรีรันความคิดอะไรบางอย่างได้ สีหน้าของคนขี้บ่นเมื่อครู่ค่อย ๆ จางลง
“ตายโหง น้ำแตกแล้วแยกทาง นี่ชีวิตฉันจะเป็นเหมือนพล็อตนิยายน้ำเน่าไม่ได้นะ วันไนท์สแตนด์แล้วมีของแถมงอกออกมาน่ะ ฉันไม่มีทางอุ้มท้องให้ตาฝรั่งนั่นเด็ดขาด”
เช้าวันต่อมา ดาวประดับออกจากหอพักเร็วกว่าปกติเล็กน้อย เพื่อแวะร้านขายยาซึ่งเป็นทางผ่านก่อนไปทำงาน นักศึกษาสาวสีหน้ามั่นใจ เดินเข้าไปหาเภสัชกรแล้วบอกสิ่งที่ต้องการตรง ๆ อย่างไม่มีท่าทีเคอะเขินเพราะคิดว่าตัวเองไม่ได้ทำสิ่งผิด มัวแต่อายแล้วปล่อยให้ท้องโย้นั่นต่างหากที่น่าอาย
“ขอยาคุมฉุกเฉินหนึ่งกล่องค่ะ”
เภสัชกรไม่ได้สอดรู้สอดเห็น เพราะเธอสอบถามข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการแพ้ยาและยังใจดีบอกวิธีการกินยาที่ถูกต้องเพิ่มเติม เมื่อมาถึงบริษัท ทุกอย่างยังดำเนินไปเหมือนทุกวัน ดาวรับรู้จากคนในสำนักงานว่า วันนี้นายฟาร์คัสไม่ได้เข้ามาที่บริษัท เธอไม่ได้ถามต่อหรือรู้สึกแปลกใจอะไร เพราะเจ้านายฝรั่งคนนี้ก็ผลุบๆ โผล่ ๆ แบบนี้เป็นประจำอยู่แล้ว
มีเพียงเรื่องเดียวที่ไม่ค่อยเหมือนเดิม นั่นคือทุกครั้งที่ต้องเดินผ่านห้องเก็บเอกสาร ฝีเท้าของดาวประดับมักชะงักไปนิดหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ ความรู้สึกวูบวาบประหลาดแล่นขึ้นมา จนเธอต้องรีบเดินผ่านไปเร็วๆ เสมอ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา การฝึกงานของดาวประดับก็สิ้นสุดลง แม้ตลอดสัปดาห์สุดท้ายของการฝึกงานเธอไม่ได้พบฟาร์คัสอีก และไม่คิดจะถามด้วยว่าเขาไปไหน เมื่อจัดการเอกสารประเมินผลและงานส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบเรียบร้อย นักศึกษามหาวิทยาลัยเก็บของออกจากหอพัก ย้ายงกลับกรุงเทพฯ อย่างไม่คิดลังเล เพื่อกลับเข้าสู่ชีวิตนักศึกษาปีสุดท้ายตามเดิม
ช่วงสุดท้ายก่อนเรียนจบผ่านไปอย่างรวดเร็ว ดาวประดับมีทั้งเอกสารฝึกงานที่ต้องส่ง งานของวิชาที่ยังเหลือ และการเตรียมสอบปลายภาค เมื่อถึงช่วงสอบ ชีวิตวนเวียนอยู่เพียงห้องเรียน ห้องสมุด การอ่านหนังสือ
ดาวประดับตื่นขึ้นมาพร้อมอาการเวียนหัวจนต้องนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง กว่าจะยันตัวลุกจากเตียงได้ อาการคลื่นไส้พุ่งขึ้นมาจนต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ อาเจียนอยู่พักใหญ่ ก่อนลากสังขารกลับมานั่งบนเตียงด้วยสีหน้าอิดโรย สายตาเหลือบไปเห็นหนังสือที่อ่านค้างเมื่อคืนวางกองอยู่บนโต๊ะ จึงเอื้อมมือหยิบเล่มบนสุดมาพลิกดูเนื้อหาที่ขีดเส้นเอาไว้
“อดทนหน่อยดาว เหลือสอบอีกไม่กี่ตัวเอง”
